"เจาะลึก BOI หมวด 8.1.1: สิทธิประโยชน์ภาษี 0% นาน 8 ปี ที่ Tech Startup ไทยห้ามพลาด"
"เจาะลึก BOI หมวด 8.1.1: สิทธิประโยชน์ภาษี 0% นาน 8 ปี ที่ Tech Startup ไทยห้ามพลาด"
สำหรับผู้ประกอบการสาย Tech (Software / Digital Platform) ที่ได้รับบัตรส่งเสริมในหมวด 8.1.1 เรื่องที่ท่านต้องทำความเข้าใจให้แม่นยำที่สุดคือ "วิธีคำนวณวงเงินยกเว้นภาษี (Cap)" เพราะมีความแตกต่างจากโรงงานผลิตทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
หัวใจสำคัญของหมวดนี้คือ การให้สิทธิตามผลงานจริงในแต่ละปี และที่สำคัญคือ "ไม่สามารถสะสมวงเงินข้ามปีได้" บทความนี้จะพาท่านไปดูที่มาของวงเงินและวิธีคำนวณที่ถูกต้องกันครับ
หลักการสำคัญ: "ปีต่อปี"
สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดคือคิดว่าวงเงินสะสมได้ แต่ในความเป็นจริงสำหรับหมวด 8.1.1 นั้น:
- คำนวณใหม่ทุกปี: วงเงินยกเว้นภาษีจะถูกคำนวณจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง "ในรอบปีบัญชีนั้นๆ"
- ไม่ทบยอดคงเหลือ: หากปีไหนท่านมีวงเงินเหลือ (ใช้สิทธิยกเว้นภาษีไม่หมด) "ไม่สามารถ" ยกยอดที่เหลือไปสมทบใช้ในปีถัดไปได้ สิทธิของปีนั้นจะตัดจบที่สิ้นปีบัญชีทันที
วงเงินยกเว้นภาษี มาจาก 3 แหล่ง
นอกจากเงินเดือนพนักงานแล้ว ยังสามารถเร่งสร้างวงเงินได้จากอีก 2 ช่องทาง รวมเป็น 3 แหล่ง ดังนี้:
1. เงินเดือนบุคลากรด้าน IT (Cap 100%) นี่คือแหล่งวงเงินหลักของบริษัท Tech
คิดจาก: เงินเดือน (Salary) ของพนักงาน IT "สัญชาติไทย" เท่านั้น
เงื่อนไข: ต้องเป็นบุคลากรที่จ้างงานตามโครงการที่ได้รับการส่งเสริม (เช่น Developer, Programmer, Tester, System Analyst)
สูตร: จ่ายเงินเดือนไปเท่าไหร่ในปีนั้น = ได้วงเงินภาษีเท่านั้น (100%)
ไม่รวม: สวัสดิการ, โบนัส, ค่าล่วงเวลา (OT) หรือเงินเดือนตำแหน่งอื่นที่ไม่ใช่ IT (เช่น บัญชี, HR, Admin)
2. ค่าใช้จ่ายฝึกอบรมด้าน IT (Cap 200%)
คิดจาก: ค่าใช้จ่ายในการส่งพนักงาน IT (ไทย) ไปอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อพัฒนาทักษะ (Upskill/Reskill)
สูตร: จ่ายค่าคอร์สไป 1 บาท = ได้วงเงินภาษี 2 บาท (200%)
ตัวอย่าง: จ่ายค่าเรียน Cloud Computing 100,000 บาท -> ได้วงเงินภาษีเพิ่ม 200,000 บาท ทันที
3. ค่าใช้จ่ายทำมาตรฐานสากล (Cap 100%)
คิดจาก: ค่าจ้างที่ปรึกษา (Consultant) และค่าธรรมเนียมการตรวจประเมิน (Audit Fee) เพื่อให้ได้มาตรฐานสากลด้านซอฟต์แวร์ เช่น ISO 29110 (CMMI Level 1-2) หรือ ISO/IEC 27001
สูตร: จ่ายจริงเท่าไหร่ = ได้วงเงินภาษีเท่านั้น (100%)
เงื่อนไข: ต้องเป็นมาตรฐานที่ได้รับการรับรองในช่วงเวลาที่ได้รับส่งเสริม
ตัวอย่างการคำนวณ: ปีต่อปี
สมมติ บริษัท A มีกำไรสุทธิ 10 ล้านบาท (ภาระภาษี 20% = 2 ล้านบาท)
มาดูว่าบริษัท A สร้างวงเงินจากค่าใช้จ่ายในปีนั้นได้เท่าไหร่
- เงินเดือน IT (ไทย): จ่ายจริง 1,500,000 บาท -> ได้วงเงิน 1,500,000 บาท
- ค่าอบรม: จ่ายจริง 100,000 บาท (x 200%) -> ได้วงเงิน 200,000 บาท
- ค่าทำมาตรฐาน ISO: จ่ายจริง 300,000 บาท -> ได้วงเงิน 300,000 บาท
รวมวงเงินยกเว้นภาษีปีนี้ = 2,000,000 บาท
การใช้สิทธิ:
- ภาระภาษีที่ต้องจ่าย = 2,000,000 บาท
- มีวงเงินในมือ = 2,000,000 บาท
ผลลัพธ์: หักลบกันพอดี = เสียภาษี 0 บาท
สิ่งที่ต้องระวัง: "ใช้ไม่หมด ทบไม่ได้"
ตัวอย่าง
- บริษัทสร้างวงเงินได้ 5 ล้านบาท (จ้างคนเพิ่มเยอะมาก)
- แต่มีกำไรน้อย ทำให้มีภาระภาษีแค่ 1 ล้านบาท
ผลลัพธ์:
ท่านใช้วงเงิน 1 ล้านบาท เพื่อยกเว้นภาษีจนเหลือ 0 บาท
วงเงินคงเหลือ: 5 ล้าน - 1 ล้าน = 4 ล้านบาท
ถาม: 4 ล้านที่เหลือเอาไปใช้ปีหน้าได้ไหม?
ตอบ: "ไม่ได้" ครับ วงเงิน 4 ล้านนี้จะถูกตัดทิ้งทันทีเมื่อสิ้นสุดรอบบัญชี
สรุปสิ่งที่ต้องคิดและวางแผน
สำหรับ BOI หมวด 8.1.1 การวางแผน "ค่าใช้จ่าย" ให้สอดคล้องกับ "กำไร" ในแต่ละปีจึงสำคัญมาก
ถ้ากำไรเยอะ แต่จ้างคนน้อย -> วงเงินอาจไม่พอ ต้องเสียภาษีส่วนเกิน
ถ้าจ้างคนเยอะ แต่กำไรน้อย -> วงเงินเหลือทิ้ง น่าเสียดาย
Tip: หากท่านเห็นว่าปีนี้กำไรเยอะและวงเงินอาจไม่พอ การส่งพนักงานไป "อบรม" เป็นวิธีเพิ่มวงเงินที่รวดเร็วและคุ้มค่าที่สุด เพราะได้ตัวคูณถึง 200% ครับ
ได้ทั้งวงเงินยกเว้น ได้ทั้งความสามารถพนักงานเพิ่มเติมครับ







