ไทม์ไลน์การใช้สิทธิประโยชน์ BOI: เจาะลึก 5 ช่วงเวลาสำคัญ
ไทม์ไลน์การใช้สิทธิประโยชน์ BOI : เจาะลึก 5 ช่วงเวลาสำคัญ
หลายท่านมักสับสนว่า "ยื่นเรื่องแล้วทำอะไรได้บ้าง?" หรือ "ต้องรอบัตรแข็งก่อนไหมถึงจะเริ่มสั่งของ?" บทความนี้จะไขข้อข้องใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่วันแรกที่กดส่งข้อมูลในระบบ จนถึงวันที่ถือบัตรส่งเสริมฯ ในมือครับ
1. ช่วงวันที่ยื่นในระบบ (แต่ BOI ยังไม่ลงเลขรับ และมีการขอเอกสารเพิ่มเติม)
สถาน: กด Submit ในระบบ e-Investment แล้ว แต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วพบว่าเอกสารไม่ครบ จึงตีกลับมาให้แก้ไข หรือยังไม่ได้ออกเลขรับคำขอ
การซื้อเครื่องจักร / ก่อสร้าง:
- สั่งซื้อ (PO):
ทำไม่ได้
- เริ่มก่อสร้าง: ทำไม่ได้
- การนำเข้าเครื่องจักร: ทำไม่ได้
วัตถุดิบ: ทำไม่ได้
2. หลังจากยื่นในระบบแล้ว + BOI ลงเลขรับแล้ว + เตรียมนัดชี้แจงโครงการ
สถานะ: เอกสารครบถ้วน เจ้าหน้าที่รับเรื่องแล้ว (มีเลขรับคำขอ) อยู่ระหว่างรอนัดสัมภาษณ์
การซื้อเครื่องจักร / ก่อสร้าง:
- สั่งซื้อ (PO): ทำได้ทันที
- เริ่มก่อสร้าง: ทำได้ทันที (ค่าก่อสร้างจะถูกนับเป็นเงินลงทุนโครงการได้ตั้งแต่วันนี้)
- การนำเข้าเครื่องจักร: นำเข้าได้ แต่ต้องเสียภาษีอากรและ VAT ไปก่อน หรือใช้การ "วางประกัน" (Bank Guarantee) กับกรมศุลกากร โดยต้องแจ้งความจำนงว่าจะใช้สิทธิ BOI (สงวนสิทธิ์)
- การขอคืนภาษี (Refund): หากชำระภาษีไปก่อน ยังขอคืนไม่ได้ในช่วงนี้ ต้องรอจนกว่าจะได้รับบัตรส่งเสริมฯ
วัตถุดิบ: ทำไม่ได้
3. หลังจากชี้แจงโครงการแล้ว + อนุมัติแล้ว (แต่ยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งมติ)
สถานะ: สัมภาษณ์เสร็จแล้ว คณะอนุกรรมการ/คณะทำงาน มีมติ "อนุมัติ" ในที่ประชุม (อาจจะทราบผลอย่างไม่เป็นทางการจากเจ้าหน้าที่) แต่หนังสือแจ้งมติที่เป็นลายลักษณ์อักษรยังไม่ออก
การนำเข้าเครื่องจักร: ยังคงต้อง ชำระภาษีไปก่อน (สงวนสิทธิ์) หรือ วางประกัน เหมือนเดิม เพราะกรมศุลกากรต้องการ "หลักฐานที่เป็นหนังสือ"
การก่อสร้าง: ลุยต่อได้เต็มที่ เก็บใบเสร็จรับเงินค่าก่อสร้างไว้ให้ดี เพื่อใช้ตรวจสอบตอนเปิดดำเนินการ
วัตถุดิบ: ทำไม่ได้
4. ช่วงได้รับ "หนังสือแจ้งมติ" (Notification Letter)
สถานะ: ได้รับจดหมายตราครุฑแจ้งว่า "ได้รับการส่งเสริม" พร้อมเงื่อนไขต่างๆ และให้เราตอบรับมติภายใน 1 เดือน
การนำเข้าเครื่องจักร:
- ทางเลือกพิเศษ: สามารถยื่นเรื่องขอ "ผ่อนผันใช้ธนาคารค้ำประกัน" หรือขอ "ใช้สิทธิก่อนได้รับบัตร" (แล้วแต่กรณีและประเภทกิจการ) เพื่อนำเครื่องจักรเข้ามาโดย ไม่ต้องชำระอากรขาเข้า ได้ โดยใช้หนังสือแจ้งมติประกอบการยื่นขออนุมัติสั่งปล่อยเครื่องจักรชั่วคราว (งวด 6 เดือน)
การนำเข้าวัตถุดิบ: เริ่มเตรียมทำบัญชีรายการวัตถุดิบ (Master List) รอไว้ได้เลย แต่การนำเข้าจริงยังแนะนำให้รออีกนิด หรือหากจำเป็นต้องนำเข้า ต้องเสียภาษีไปก่อนแล้วขอคืนทีหลัง
การจ้างงานต่างชาติ (Visa/Work Permit): นำหนังสือแจ้งมติ ไปยื่นขอจดหมายรับรองเพื่อทำ Visa/Work Permit ได้ที่ศูนย์ OSOS (ไม่ต้องรอคิว ตม. ปกติ)
5. ช่วงได้รับ "บัตรส่งเสริม" (Certificate Issuance)
สถานะ: ตอบรับมติ -> ส่งเอกสารออกบัตร -> ได้รับบัตรส่งเสริม (บัตรแข็ง) เรียบร้อย สถานะสมบูรณ์ (Full Option): สามารถใช้สิทธิได้เต็มรูปแบบ
เครื่องจักร:
- กรณีนำเข้าใหม่: ยื่น Master List เข้าไปตัดบัญชี สั่งปล่อยยกเว้นภาษีได้ทันที
- กรณีที่นำเข้ามาก่อนหน้านี้ (ช่วงข้อ 2-3):
ถ้าจ่ายภาษีไปแล้ว: ยื่นเรื่อง "ขอคืนอากรขาเข้า" (Refund) คืนเป็นเงินสด หรือบัตรภาษี (Tax Coupon) แล้วแต่ระเบียบช่วงนั้น
ถ้าวางประกันไว้: ยื่นเรื่องขอถอนประกัน (เอาเงินประกันคืน/ปลดภาระแบงค์)
วัตถุดิบ:
- ยื่นสูตรการผลิตและ Master List เพื่อใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าได้ทันที
ภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT):
- เริ่มใช้สิทธิยกเว้นภาษีได้ (นับจากวันที่เริ่มมีรายได้ครั้งแรก)
คำแนะนำจาก Fluent BOI: หากไม่รีบจนคอขาดบาดตาย พยายามวางแผนให้เครื่องจักรเข้ามาในช่วง ข้อ 4 (ได้หนังสือแจ้งมติ) และวัตถุดิบเข้ามาหลังจากได้รับบัตรแข็ง เป็นต้นไป จะช่วยลดภาระ Cash Flow เรื่องภาษีและความยุ่งยากในการทำเรื่องขอคืนย้อนหลังได้มากที่สุดครับ







