BOI Thailand Plus ปี 2569 คืออะไร? ใครมีสิทธิ และต้องยื่นภายในเมื่อไร

Fluent BOI·

โครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่ยื่น BOI ในปี 2569 อาจได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% เพิ่มอีก 5 ปี แต่ต้องลงทุนจริงไม่น้อยกว่า 2,000 ล้านบาทภายใน 12 เดือน และมีเงื่อนไขเรื่องวันยื่นคำขอที่ต้องระวัง

BOI Thailand Plus ปี 2569 คืออะไร? ใครมีสิทธิ และต้องยื่นภายในเมื่อไร

BOI Thailand Plus ปี 2569 คืออะไร?

“Thailand Plus ปี 2569” ที่ผู้ประกอบการมักใช้เรียกกัน ในประกาศ BOI ปัจจุบันมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “มาตรการกระตุ้นการลงทุนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ” ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่ 3/2569 ลงวันที่ 15 มกราคม 2569

มาตรการนี้มีเป้าหมายกระตุ้นให้โครงการลงทุนขนาดใหญ่ตัดสินใจลงทุนจริงในประเทศไทยเร็วขึ้น โดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติมแก่โครงการที่มีเงินลงทุนจำนวนมากและสามารถลงทุนจริงได้ตามระยะเวลาที่ BOI กำหนด

จุดเด่นที่สุดคือ

หากโครงการเข้าเงื่อนไข จะได้รับ ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% ของอัตราปกติ เพิ่มอีก 5 ปี หลังจากสิ้นสุดระยะเวลายกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลของโครงการ

อย่างไรก็ตาม สิทธินี้ไม่ได้ให้กับทุกโครงการ BOI และไม่ได้พิจารณาจากมูลค่าโครงการที่ระบุไว้ในคำขอเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมี “การลงทุนจริง” ไม่น้อยกว่า 2,000 ล้านบาทภายใน 12 เดือนนับจากวันออกบัตรส่งเสริม

สรุป Thailand Plus ปี 2569 แบบสั้นที่สุด

หัวข้อเงื่อนไข
ประเภทกิจการA1, A2, A3 และ A4
เงินลงทุนจริงขั้นต่ำ2,000 ล้านบาท
ค่าที่ดินและทุนหมุนเวียนไม่นำมารวมคำนวณ
ระยะเวลาลงทุนจริงภายใน 12 เดือนนับจากวันออกบัตรส่งเสริม
สิทธิประโยชน์เพิ่มลดหย่อน CIT 50% เพิ่มอีก 5 ปี
เริ่มใช้สิทธิเพิ่มหลังสิ้นสุดระยะเวลายกเว้น CIT
ช่วงยื่นคำขอ BOIวันทำการแรก – วันทำการสุดท้ายของปี 2569
ยื่นหลักฐานลงทุนจริงภายใน 18 เดือนนับจากวันออกบัตรส่งเสริม
พื้นที่ทุกจังหวัด
Data Centerไม่เข้าเกณฑ์
กิจการผลิตไฟฟ้าไม่เข้าเกณฑ์

ประเด็นสำคัญคือ 2,000 ล้านบาทต้องเป็นเงินลงทุนจริง ไม่ใช่เพียงประมาณการเงินลงทุนในแบบคำขอ

ใครมีสิทธิขอ Thailand Plus ปี 2569?

โครงการต้องผ่านเงื่อนไขหลักหลายข้อพร้อมกัน

1. ต้องเป็นกิจการกลุ่ม A1, A2, A3 หรือ A4

มาตรการนี้กำหนดให้กิจการที่สามารถขอสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมต้องเป็นกิจการในกลุ่ม

A1 / A2 / A3 / A4

ดังนั้นกิจการกลุ่ม A1+ และ B ไม่ได้อยู่ในขอบเขตของมาตรการนี้

ตัวอย่างกิจการที่อาจอยู่ในกลุ่มเป้าหมาย เช่น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ เครื่องจักร อาหาร วัสดุขั้นสูง เคมีภัณฑ์ หรือกิจการเทคโนโลยีบางประเภท แต่ต้องตรวจสอบรหัสประเภทกิจการและกลุ่มสิทธิของโครงการนั้นโดยตรง

ไม่ควรพิจารณาจากชื่ออุตสาหกรรมเพียงอย่างเดียว

2. สิทธิยกเว้นภาษีเดิมรวมแล้วต้องไม่เกิน 8 ปี

โครงการที่จะเข้ามาตรการนี้ต้องได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจากมาตรการส่งเสริมต่าง ๆ รวมกันแล้ว ไม่เกิน 8 ปี

ตัวอย่างเช่น

โครงการ A2 ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี และไม่มีมาตรการอื่นทำให้ระยะเวลายกเว้นเกิน 8 ปี ยังสามารถพิจารณา Thailand Plus ได้

แต่หากโครงการได้รับสิทธิจากหลายมาตรการจนระยะเวลายกเว้นภาษีรวมเกิน 8 ปี จะไม่เข้าเงื่อนไขนี้

จึงต้องตรวจสอบทั้งสิทธิพื้นฐานและสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมทั้งหมดที่โครงการขอพร้อมกัน

3. ต้องลงทุนจริงอย่างน้อย 2,000 ล้านบาท

นี่เป็นเงื่อนไขสำคัญที่สุดของ Thailand Plus ปี 2569

บริษัทต้องมี

เงินลงทุนจริงไม่น้อยกว่า 2,000 ล้านบาท โดยไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน

และต้องเกิดขึ้นภายใน

12 เดือนนับจากวันที่ออกบัตรส่งเสริม

ไม่ใช่นับจากวันยื่นคำขอ และไม่ใช่นับจากวันที่ได้รับอนุมัติหลักการ

ตัวอย่าง

บริษัทได้รับบัตรส่งเสริมวันที่ 1 มิถุนายน 2569

บริษัทจะต้องมีเงินลงทุนจริงที่ BOI ยอมรับไม่น้อยกว่า 2,000 ล้านบาทภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2570

ดังนั้น บริษัทที่วางแผนลงทุน 2,000 ล้านบาท แต่มีแผนทยอยซื้อเครื่องจักรเป็นเวลา 2–3 ปี อาจไม่เหมาะกับมาตรการนี้ แม้มูลค่าเงินลงทุนรวมของโครงการจะเกิน 2,000 ล้านบาทก็ตาม

เงินลงทุน 2,000 ล้านบาท มีอะไรนับได้บ้าง?

จากแบบคำขอรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม F PA PP 63-02 เงินลงทุนจริงที่ใช้ตรวจสอบมาตรการอาจประกอบด้วยรายการสำคัญ เช่น

  • ค่าก่อสร้าง
  • ค่าเช่าอาคารกรณีเข้าเกณฑ์
  • ค่าเครื่องจักร
  • ค่าเช่าเครื่องจักรกรณีเข้าเกณฑ์
  • ค่าติดตั้งเครื่องจักร
  • ค่าทดลองเครื่อง
  • ค่าใช้จ่ายก่อนเปิดดำเนินการสำหรับบริษัทที่จัดตั้งใหม่
  • มูลค่าทรัพย์สินอื่นสำหรับบริษัทที่จัดตั้งใหม่

แต่ ค่าที่ดินและทุนหมุนเวียนไม่รวมอยู่ในการคำนวณ 2,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ หากมีเครื่องจักรใช้แล้ว การนำมูลค่ามาคำนวณจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับเครื่องจักรใช้แล้วของ BOI ด้วย ไม่สามารถนำราคาที่บริษัทซื้อมาใส่เป็นเงินลงทุนเต็มจำนวนได้โดยอัตโนมัติ

4. ต้องลงทุนให้ทันภายใน 12 เดือน

Thailand Plus ปี 2569 ไม่ได้ดูเพียงว่ามูลค่าโครงการใหญ่เพียงใด แต่เน้นการ เร่งให้เกิดการลงทุนจริง

ดังนั้น ก่อนเลือกมาตรการนี้ควรจัดทำ Investment Schedule รายเดือนให้ชัดเจน เช่น

เดือนรายการลงทุน
เดือน 1–3งานก่อสร้าง 300 ล้านบาท
เดือน 3–6เครื่องจักรชุดที่ 1 จำนวน 650 ล้านบาท
เดือน 5–8เครื่องจักรชุดที่ 2 จำนวน 600 ล้านบาท
เดือน 8–10Utility และระบบสนับสนุน 250 ล้านบาท
เดือน 10–12เครื่องจักรและติดตั้งเพิ่มเติม 300 ล้านบาท
รวม2,100 ล้านบาท

การมี Buffer เหนือ 2,000 ล้านบาทมีความสำคัญ เพราะเงินลงทุนบางรายการที่บริษัทมองว่าเป็น Investment อาจไม่สามารถนำมานับได้เต็มจำนวนตามหลักเกณฑ์ของ BOI

5. โครงการต้องมีสถานประกอบการชัดเจน

กิจการที่ไม่มีสถานที่ตั้งสถานประกอบการที่ชัดเจนไม่สามารถใช้มาตรการนี้ได้

BOI ยกตัวอย่าง เช่น

  • กิจการขนส่งทางอากาศ
  • กิจการขนส่งทางเรือ

เหตุผลสำคัญคือมาตรการกำหนดให้พื้นที่ทุกจังหวัดเป็นเขตส่งเสริมการลงทุน จึงต้องสามารถระบุพื้นที่ที่โครงการลงทุนได้อย่างชัดเจน

กิจการอะไรที่ถูกยกเว้นจาก Thailand Plus ปี 2569?

ประกาศ BOI ระบุข้อยกเว้นไว้อย่างชัดเจน ได้แก่

1. กิจการที่ไม่มีที่ตั้งสถานประกอบการชัดเจน

เช่น ขนส่งทางอากาศหรือขนส่งทางเรือ ตามที่ BOI กำหนด

2. กิจการที่กำหนดให้ตั้งเฉพาะพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน

หากกิจการนั้นได้รับการส่งเสริมเฉพาะเมื่ออยู่ในพื้นที่ดังกล่าว จะไม่สามารถนำมาขอสิทธิ Thailand Plus นี้ได้

3. Data Center

กิจการ Data Center ไม่อยู่ในมาตรการ Thailand Plus ปี 2569

แม้ Data Center จำนวนมากจะมีเงินลงทุนหลายพันล้านบาท ก็ไม่สามารถใช้เพียงขนาดเงินลงทุนมาเป็นเหตุผลในการเข้ามาตรการนี้ได้

4. กิจการผลิตไฟฟ้า

ประเภทกิจการผลิตไฟฟ้าถูกยกเว้นเช่นเดียวกัน

ดังนั้นโรงไฟฟ้าที่มีเงินลงทุนมากกว่า 2,000 ล้านบาทก็ไม่ได้หมายความว่าจะขอ Thailand Plus ได้

Thailand Plus ปี 2569 ได้สิทธิอะไร?

หากบริษัทดำเนินการครบทุกเงื่อนไข จะได้รับ

ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิจากกิจการที่ได้รับการส่งเสริม 50% ของอัตราปกติ เป็นระยะเวลา 5 ปี

โดยระยะเวลา 5 ปีนี้จะเริ่มหลังจากสิ้นสุดระยะเวลายกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลของโครงการ

ตัวอย่าง

สมมติโครงการ A2 ได้รับ

ยกเว้น CIT 8 ปี

และโครงการผ่านเงื่อนไข Thailand Plus ปี 2569

โครงสร้างสิทธิจะเป็นลักษณะ

ปีที่ 1–8
ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามสิทธิของโครงการ

จากนั้น

ปีที่ 9–13
ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% ของอัตราปกติ

ทำให้โครงการขนาดใหญ่ที่มีกำไรสูงสามารถได้รับประโยชน์ทางภาษีต่อเนื่องหลังจากสิทธิยกเว้นภาษีสิ้นสุดลง

ลดหย่อน 50% ต่างจากยกเว้นภาษีอย่างไร?

สองคำนี้ไม่เหมือนกัน

หากบริษัทได้รับ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล และกำไรที่เข้าเงื่อนไขอยู่ภายในวงเงินสิทธิ บริษัทอาจไม่ต้องชำระ CIT สำหรับกำไรส่วนนั้น

แต่เมื่อเข้าสู่ช่วง ลดหย่อน 50% บริษัทไม่ได้รับยกเว้นทั้งหมด

หากอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลปกติของบริษัทคือ 20%

การได้รับลดหย่อน 50% ของอัตราปกติ จะทำให้ภาษีสำหรับกำไรที่เข้าเงื่อนไขเหลือเทียบเท่าอัตรา 10%

ดังนั้น Thailand Plus ไม่ใช่การเพิ่ม “Tax Holiday” อีก 5 ปี แต่เป็นการให้สิทธิลดหย่อนภาษีต่ออีก 5 ปีหลัง Tax Holiday สิ้นสุด

ต้องยื่น Thailand Plus ปี 2569 ภายในเมื่อไร?

จุดนี้ต้องแยกออกเป็น 2 Deadline เพราะเป็นคนละขั้นตอนกัน

Deadline ที่ 1: วันที่ยื่นคำขอ BOI ของโครงการ

ประกาศ กกท. ที่ 3/2569 กำหนดว่า มาตรการนี้ใช้กับโครงการที่

ยื่นคำขอรับการส่งเสริมตั้งแต่วันทำการแรกของปี 2569 ถึงวันทำการสุดท้ายของปี 2569

วันที่ 31 ธันวาคม 2569 เป็นวันหยุดราชการวันสิ้นปี ดังนั้นหากไม่มีประกาศเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม วันทำการสุดท้ายก่อนวันดังกล่าวคือ

วันพุธที่ 30 ธันวาคม 2569

อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ควรรอจนถึงวันสุดท้าย เพราะหากพบว่าประเภทกิจการ กรรมวิธี เงินลงทุน หรือข้อมูลในคำขอยังไม่ถูกต้อง อาจไม่มีเวลาแก้ไขโครงสร้างโครงการก่อนสิ้นสุดมาตรการ

สำหรับโครงการที่กำลังวางแผนลงทุนในช่วงปลายปี 2569 ควรเริ่มตรวจสอบสิทธิล่วงหน้าอย่างน้อยหลายสัปดาห์

Deadline ที่ 2: การยื่นหลักฐานลงทุนจริง

หลังจากบริษัทได้รับอนุมัติและได้รับบัตรส่งเสริมแล้ว จะมี Timeline อีกชุดหนึ่ง

ภายใน 12 เดือนจากวันออกบัตรส่งเสริม

ต้องมีการลงทุนจริงไม่น้อยกว่า

2,000 ล้านบาท

โดยไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน

ภายใน 18 เดือนจากวันออกบัตรส่งเสริม

ต้องยื่นหลักฐานการลงทุนจริงเพื่อขอรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมตามแบบที่ BOI กำหนด

แบบที่ใช้คือ

F PA PP 63-02
คำขอรับสิทธิและประโยชน์เพิ่มเติมตามมาตรการกระตุ้นการลงทุนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ดังนั้น การยื่นคำขอ BOI ทันปี 2569 เพียงอย่างเดียวยังไม่ทำให้ได้รับสิทธิลดหย่อน 50% อีก 5 ปีทันที

บริษัทต้องพิสูจน์ภายหลังว่าได้ลงทุนจริงตามเงื่อนไขแล้ว

Timeline ตัวอย่าง Thailand Plus

สมมติว่า

30 พฤศจิกายน 2569
บริษัทยื่นคำขอ BOI

ต่อมาได้รับอนุมัติและ

15 มีนาคม 2570
BOI ออกบัตรส่งเสริม

บริษัทจะต้องลงทุนจริงไม่น้อยกว่า 2,000 ล้านบาทภายในประมาณ

14 มีนาคม 2571

และต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอรับสิทธิ Thailand Plus ภายใน 18 เดือนนับจากวันออกบัตรส่งเสริม หรือประมาณ

14 กันยายน 2571

Timeline จริงต้องคำนวณจากวันที่ออกบัตรส่งเสริมของแต่ละโครงการ

วันที่ยื่นขอรับสิทธิเพิ่มเติม ยังมีเงื่อนไขสำคัญอีกข้อ

ในวันที่บริษัทยื่นคำขอรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม บริษัทต้องยังมีสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลืออยู่ทั้ง

1. ระยะเวลา

และ

2. วงเงินยกเว้นภาษี

ตัวอย่างเช่น หากบริษัทลงทุนครบ 2,000 ล้านบาท แต่ปล่อยเวลาไว้นานจนสิทธิยกเว้น CIT สิ้นสุดแล้ว ก็อาจไม่ผ่านเงื่อนไขของมาตรการ

ดังนั้นฝ่าย BOI และฝ่ายบัญชีภาษีควรติดตามวันเริ่มมีรายได้และการใช้วงเงิน CIT ของโครงการไปพร้อมกับการติดตามยอดลงทุนจริง

Thailand Plus ไม่อนุญาตให้ขยายเวลาบางขั้นตอน

ประกาศกำหนดเงื่อนไขที่ค่อนข้างเข้มงวดกว่าคำขอทั่วไป โดยระบุว่า

ไม่อนุญาตให้ขยายเวลา

  • การตอบรับการส่งเสริม
  • การส่งหลักฐานเพื่อออกบัตรส่งเสริม

จึงต้องเตรียมเอกสารบริษัท ทุนจดทะเบียน หลักฐานเงินทุน แบบตอบรับมติ และเอกสารออกบัตรให้พร้อม

อย่างไรก็ตาม BOI ระบุว่าสามารถพิจารณาการขยายระยะเวลาบางเรื่องตามความเหมาะสม เช่น

  • ระยะเวลานำเข้าเครื่องจักร
  • ระยะเวลาเปิดดำเนินการ
  • ระยะเวลายื่นหลักฐานลงทุนจริงเพื่อขอรับสิทธิเพิ่มเติม

แต่ไม่ควรวางแผนโครงการโดยสมมติว่าจะได้รับการขยายเวลา เพราะการอนุมัติขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ BOI

ถ้าลงทุนไม่ถึง 2,000 ล้านบาท จะเกิดอะไรขึ้น?

หากโครงการยื่นขอรับสิทธิภายใต้มาตรการนี้ แต่สุดท้ายไม่สามารถลงทุนจริงตามเงื่อนไขได้ บริษัทจะไม่ได้รับสิทธิ Thailand Plus เพิ่มเติม

ที่สำคัญ ประกาศ กกท. ที่ 3/2569 ยังระบุว่า หากโครงการที่ขอรับสิทธิตามมาตรการนี้ไม่สามารถดำเนินการตามเงื่อนไขได้

โครงการดังกล่าวไม่สามารถนำกลับมาขอรับการส่งเสริมพร้อมขอสิทธิภายใต้มาตรการกระตุ้นการลงทุนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจอีก

ดังนั้นก่อนเลือกใช้มาตรการ บริษัทต้องประเมินความเป็นไปได้ของ Investment Schedule อย่างจริงจัง

ไม่ควรยื่นเพียงเพราะประมาณการลงทุนทั้งโครงการเกิน 2,000 ล้านบาท

ตัวอย่างที่ 1: เข้าเงื่อนไข

บริษัทผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เข้ากิจการกลุ่ม A2

เงินลงทุนตามโครงการ 3,500 ล้านบาท

บริษัทได้รับบัตรส่งเสริมวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 และสามารถลงทุนจริงได้ดังนี้

  • อาคารและสิ่งก่อสร้าง 500 ล้านบาท
  • เครื่องจักร 1,700 ล้านบาท
  • ระบบ Utility และติดตั้ง 300 ล้านบาท

รวมเงินลงทุนที่เข้าเกณฑ์ภายใน 12 เดือน

2,500 ล้านบาท

โครงการอยู่ในกิจการ A2 มีที่ตั้งโรงงานชัดเจน สิทธิยกเว้น CIT รวมไม่เกิน 8 ปี และปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่นครบ

กรณีนี้มีโอกาสได้รับสิทธิ

ลดหย่อน CIT 50% เพิ่มอีก 5 ปี

หลังสิ้นสุดสิทธิยกเว้น CIT

ตัวอย่างที่ 2: มูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท แต่ไม่เข้าเงื่อนไข

บริษัทมีโครงการลงทุน 3,000 ล้านบาท

แต่ภายใน 12 เดือนหลังออกบัตรมีการลงทุนจริงเพียง

1,600 ล้านบาท

อีก 1,400 ล้านบาทจะลงทุนในปีที่ 2 และปีที่ 3

แม้มูลค่าโครงการรวมจะเกิน 2,000 ล้านบาท แต่เงินลงทุนจริงภายในช่วง 12 เดือนไม่ถึงเกณฑ์

จึงไม่ผ่านเงื่อนไข Thailand Plus ปี 2569

ตัวอย่างที่ 3: เงินลงทุนถึง 5,000 ล้านบาท แต่เป็น Data Center

บริษัทลงทุน Data Center มูลค่า 5,000 ล้านบาท และสามารถลงทุนทั้งหมดภายใน 12 เดือน

แต่ประกาศ กกท. ที่ 3/2569 ยกเว้นกิจการ Data Center ออกจากมาตรการ

ดังนั้นไม่สามารถขอ Thailand Plus นี้ได้ แม้เงินลงทุนสูงกว่าเกณฑ์หลายเท่า

ตัวอย่างที่ 4: โรงงาน A3 ลงทุน 2,300 ล้านบาท

บริษัทได้รับส่งเสริมกิจการ A3 และลงทุนโรงงานพร้อมเครื่องจักร 2,300 ล้านบาทภายใน 12 เดือน

หากมีสถานประกอบการชัดเจน สิทธิยกเว้น CIT รวมไม่เกิน 8 ปี และไม่เข้ากิจการที่ถูกยกเว้น บริษัทสามารถพิจารณาขอ Thailand Plus ได้

จุดที่ต้องตรวจต่อคือมูลค่าเงินลงทุนจริงที่ BOI จะรับรอง เพราะตัวเลขทางบัญชีของบริษัทกับ “เงินลงทุนจริงตามหลักเกณฑ์ BOI” อาจไม่เท่ากัน

Thailand Plus ปี 2569 เหมาะกับโครงการแบบไหน?

มาตรการนี้เหมาะกับโครงการที่มีลักษณะ เช่น

โครงการลงทุนขนาดใหญ่

มี CapEx หลายพันล้านบาท และมีแผนซื้อเครื่องจักรหรือก่อสร้างโรงงานในระยะสั้น

โครงการที่เริ่มลงทุนได้เร็ว

มี Investment Schedule ชัดเจน และสามารถทำให้เงินลงทุนจริงถึง 2,000 ล้านบาทภายใน 12 เดือน

โครงการที่มีกำไรในระยะยาว

เพราะประโยชน์หลักของมาตรการเกิดหลังช่วงยกเว้น CIT สิ้นสุด หากโครงการมีกำไรต่อเนื่องสูง การลดภาษีลง 50% อีก 5 ปีอาจมีมูลค่ามาก

โครงการที่อยู่ในกลุ่ม A1–A4

และไม่มีสิทธิจากมาตรการอื่นทำให้ระยะเวลายกเว้น CIT รวมเกิน 8 ปี

ก่อนเลือก Thailand Plus ควรคำนวณ Tax Saving

บริษัทควรประเมินมูลค่าสิทธิประโยชน์ก่อนตัดสินใจ

สมมติหลังหมดช่วงยกเว้น CIT บริษัทคาดว่าจะมีกำไรสุทธิจากกิจการ BOI ปีละ

1,000 ล้านบาท

หากเสียภาษีในอัตรา 20%

ภาษีปกติประมาณ

200 ล้านบาทต่อปี

เมื่อได้รับลดหย่อน 50%

ภาระภาษีจะเหลือประมาณ

100 ล้านบาทต่อปี

ประหยัดภาษีประมาณ

100 ล้านบาทต่อปี

หากใช้สิทธิครบ 5 ปี และกำไรอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน อาจประหยัดภาษีประมาณ

500 ล้านบาท

ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างเพื่อให้เห็นผลของมาตรการ การคำนวณจริงต้องพิจารณารายได้ BOI กำไรสุทธิ ผลขาดทุนสะสม วันที่เริ่มมีรายได้ และหลักเกณฑ์ทางภาษีของแต่ละโครงการ

Thailand Plus ต่างจากมาตรการรักษาและขยายฐานการผลิตเดิมอย่างไร?

ปี 2569 BOI มีอีกมาตรการหนึ่งที่ผู้ประกอบการควรเปรียบเทียบ คือ มาตรการรักษาและขยายฐานการผลิตเดิม (Retention and Expansion Program)

สองมาตรการไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

Thailand Plus เน้นกระตุ้นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ให้เกิดการลงทุนจริงอย่างรวดเร็ว และกำหนดเงินลงทุนจริงอย่างน้อย 2,000 ล้านบาทภายใน 12 เดือน

ส่วน Retention and Expansion Program มุ่งส่งเสริมบริษัทที่มีฐานการผลิตเดิมในประเทศไทยและลงทุนขยายกิจการ โดยมีหลักเกณฑ์และสิทธิประโยชน์อีกชุดหนึ่ง

BOI ยังระบุด้วยว่าโครงการที่ได้รับสิทธิภายใต้มาตรการรักษาและขยายฐานการผลิตเดิมแล้ว ไม่สามารถขอรับสิทธิซ้ำจากมาตรการกระตุ้นการลงทุนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจได้

ดังนั้นโครงการขยายขนาดใหญ่ควรเปรียบเทียบทั้งสองมาตรการก่อนตัดสินใจเลือกสิทธิ

อย่าสับสน Thailand Plus ปี 2569 กับ Thailand Plus Package ด้านบุคลากร

คำว่า “Thailand Plus” เคยถูกใช้กับมาตรการของภาครัฐหลายช่วงเวลา รวมถึง Thailand Plus Package ด้านการพัฒนาบุคลากร STEM และมาตรการ Thailand Plus Plus ในอดีต

สำหรับการวางแผนลงทุนในปี 2569 หากพูดถึงสิทธิสำหรับโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่

  • ลงทุนจริง 2,000 ล้านบาท
  • ภายใน 12 เดือน
  • ได้ลดหย่อน CIT 50%
  • เพิ่มอีก 5 ปี

ควรอ้างอิงชื่อประกาศอย่างเป็นทางการว่า

“มาตรการกระตุ้นการลงทุนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่ 3/2569”

การใช้ชื่อประกาศและเลขประกาศให้ชัดเจนช่วยลดความสับสนเมื่อติดต่อ BOI หรือจัดทำเอกสารภายในบริษัท

Checklist ประเมินว่าโครงการของคุณเข้า Thailand Plus ปี 2569 หรือไม่

ก่อนเลือกมาตรการ ลองตรวจสอบคำถามต่อไปนี้

  1. คำขอรับการส่งเสริมจะยื่นภายในปี 2569 หรือไม่?
  2. ประเภทกิจการอยู่ในกลุ่ม A1, A2, A3 หรือ A4 หรือไม่?
  3. กิจการมีสถานประกอบการชัดเจนหรือไม่?
  4. ไม่ใช่ Data Center ใช่หรือไม่?
  5. ไม่ใช่กิจการผลิตไฟฟ้าใช่หรือไม่?
  6. ไม่ใช่กิจการที่บังคับให้ตั้งเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือ SEZ ชายแดนใช่หรือไม่?
  7. สิทธิยกเว้น CIT จากทุกมาตรการรวมกันไม่เกิน 8 ปีหรือไม่?
  8. สามารถลงทุนจริงอย่างน้อย 2,000 ล้านบาทโดยไม่รวมที่ดินและทุนหมุนเวียนภายใน 12 เดือนได้หรือไม่?
  9. มีหลักฐานการลงทุนที่ BOI ตรวจสอบได้หรือไม่?
  10. สามารถยื่นหลักฐานเพื่อขอรับสิทธิเพิ่มเติมภายใน 18 เดือนหลังออกบัตรได้หรือไม่?
  11. ในวันที่ยื่นขอสิทธิเพิ่มเติมยังเหลือทั้งระยะเวลาและวงเงินยกเว้น CIT หรือไม่?
  12. บริษัทสามารถตอบรับมติและเตรียมเอกสารออกบัตรได้ตามกำหนดโดยไม่ขอขยายเวลาหรือไม่?

หากข้อใดข้อหนึ่งยังไม่แน่นอน ควรตรวจสอบก่อนยื่นคำขอ เพราะการวาง Timeline ผิดอาจทำให้เสียสิทธิประโยชน์มูลค่าสูงได้

เอกสารที่ควรเตรียมตั้งแต่ก่อนยื่น BOI

สำหรับโครงการที่ต้องการ Thailand Plus ไม่ควรรอจนได้รับบัตรแล้วจึงเริ่มรวบรวมข้อมูลการลงทุน

ควรเตรียมตั้งแต่ต้น เช่น

  • Investment Plan
  • Construction Schedule
  • Machine List
  • Quotation เครื่องจักร
  • Purchase Plan
  • Payment Schedule
  • Import Schedule
  • Installation Schedule
  • แหล่งเงินทุน
  • สัญญาก่อสร้าง
  • สัญญาซื้อเครื่องจักร
  • Invoice
  • หลักฐานการชำระเงิน
  • เอกสารบัญชี Fixed Asset
  • หลักฐานนำเข้าเครื่องจักร
  • หลักฐานวันที่ได้มาซึ่งทรัพย์สิน

โดยเฉพาะโครงการมูลค่าหลายพันล้านบาท ควรให้ฝ่าย BOI ฝ่ายบัญชี ฝ่ายจัดซื้อ และฝ่าย Project Management ใช้ Investment Schedule ชุดเดียวกัน

สรุป Thailand Plus ปี 2569

Thailand Plus ปี 2569 หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า มาตรการกระตุ้นการลงทุนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ เป็นมาตรการสำหรับโครงการลงทุนขนาดใหญ่ในกลุ่ม A1–A4 ที่สามารถลงทุนจริงได้อย่างรวดเร็ว

หัวใจสำคัญมี 4 ข้อ

หนึ่ง — ต้องยื่นคำขอ BOI ภายในปี 2569

มาตรการครอบคลุมคำขอที่ยื่นตั้งแต่วันทำการแรกถึงวันทำการสุดท้ายของปี 2569

สอง — ต้องลงทุนจริงอย่างน้อย 2,000 ล้านบาท

ไม่นับค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน

สาม — ต้องลงทุนให้ถึงเกณฑ์ภายใน 12 เดือน

นับจากวันที่ออกบัตรส่งเสริม

สี่ — เมื่อผ่านเงื่อนไข จะได้รับลดหย่อน CIT 50% เพิ่มอีก 5 ปี

โดยเริ่มหลังจากสิ้นสุดระยะเวลายกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล

สำหรับบริษัทที่กำลังวางแผนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ในปี 2569 ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “มูลค่าโครงการเกิน 2,000 ล้านบาทหรือไม่” แต่ต้องตอบให้ได้ว่า เงินลงทุนที่ BOI ยอมรับจะเกิดขึ้นจริงถึง 2,000 ล้านบาทภายใน 12 เดือนหรือไม่

เพราะนี่คือเงื่อนไขที่จะเป็นตัวตัดสินว่าบริษัทจะได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม 5 ปีหรือไม่

ให้ FluentBOI ช่วยประเมิน Thailand Plus ก่อนยื่นคำขอ

สำหรับโครงการลงทุนขนาดใหญ่ การเลือกมาตรการผิดหรือวาง Investment Timeline ไม่สอดคล้องกับเงื่อนไข อาจทำให้บริษัทพลาดสิทธิประโยชน์ทางภาษีมูลค่าสูง

FluentBOI ให้บริการวิเคราะห์และจัดเตรียมโครงการ BOI ครอบคลุมตั้งแต่

  • ตรวจสอบประเภทกิจการ A1–A4
  • วิเคราะห์ว่าโครงการเข้า Thailand Plus ปี 2569 หรือไม่
  • ตรวจสอบสิทธิประโยชน์เดิมและสิทธิจากมาตรการอื่น
  • เปรียบเทียบ Thailand Plus กับมาตรการ Retention and Expansion
  • วิเคราะห์เงินลงทุนที่สามารถนำมานับตามหลักเกณฑ์ BOI
  • จัดทำ Investment Plan และ Timeline 12 เดือน
  • ตรวจสอบ Machine List และมูลค่าเครื่องจักร
  • วางแผนกำลังผลิตและกรรมวิธีการผลิต
  • จัดเตรียมคำขอรับการส่งเสริม
  • เตรียมข้อมูลสำหรับชี้แจงโครงการ
  • ติดตามเงื่อนไขหลังออกบัตรส่งเสริม
  • ตรวจสอบหลักฐานเงินลงทุนจริง
  • จัดเตรียมแบบ F PA PP 63-02 เพื่อขอรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม

สำหรับโครงการที่คาดว่าจะลงทุนตั้งแต่ 2,000 ล้านบาทขึ้นไปในปี 2569 ควรตรวจสอบสิทธิ Thailand Plus ตั้งแต่ก่อนยื่นคำขอ BOI เพื่อให้โครงสร้างการลงทุนและ Timeline ถูกวางไว้ให้รองรับเงื่อนไขตั้งแต่ต้น

บทความที่เกี่ยวข้อง

Report V คืออะไร? เข้าใจผู้ส่งออกทางตรง–ทางอ้อม และการตัดบัญชีวัตถุดิบ BOI

Report V คืออะไร? เข้าใจผู้ส่งออกทางตรง–ทางอ้อม และการตัดบัญชีวัตถุดิบ BOI

Report V คือเอกสารสำคัญสำหรับบริษัท BOI ที่ขายสินค้าให้ลูกค้าในประเทศแล้วลูกค้านำไปผลิตหรือส่งออกต่อ เข้าใจความแตกต่างระหว่างผู้ส่งออกทางตรง–ทางอ้อม พร้อมหลักการตัดบัญชีวัตถุดิบและตัวอย่าง Supply Chain แบบ A → B → C

23 กันยายน 2569อ่านต่อ ›
ธุรกิจของคุณขอ BOI ได้หรือไม่? 10 ขั้นตอนประเมินโครงการเบื้องต้นก่อนยื่นคำขอ

ธุรกิจของคุณขอ BOI ได้หรือไม่? 10 ขั้นตอนประเมินโครงการเบื้องต้นก่อนยื่นคำขอ

ไม่ใช่ทุกธุรกิจที่มีเงินลงทุนหรือใช้เครื่องจักรจะขอ BOI ได้ เรียนรู้วิธีตรวจสอบประเภทกิจการ กรรมวิธี เงินลงทุน มูลค่าเพิ่ม และความพร้อมของโครงการ เพื่อประเมินโอกาสเบื้องต้นก่อนเสียเวลาเตรียมคำขอ

28 กรกฎาคม 2569อ่านต่อ ›
การแก้ไขโครงการ BOI: เพิ่มผลิตภัณฑ์ กำลังผลิต เครื่องจักร และกรรมวิธี ต้องทำอย่างไร?

การแก้ไขโครงการ BOI: เพิ่มผลิตภัณฑ์ กำลังผลิต เครื่องจักร และกรรมวิธี ต้องทำอย่างไร?

ธุรกิจเปลี่ยน แต่รายละเอียดในบัตรส่งเสริมยังเหมือนเดิมอาจทำให้การผลิตบางส่วนไม่ได้รับสิทธิ BOI มาดูหลักเกณฑ์และขั้นตอนแก้ไขโครงการ เมื่อต้องเพิ่มผลิตภัณฑ์ กำลังผลิต เครื่องจักร หรือกรรมวิธีการผลิต

28 กรกฎาคม 2569อ่านต่อ ›

พร้อมเริ่มต้นขอ BOI ให้ธุรกิจของคุณแล้วหรือยัง?

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราได้ฟรี เราจะช่วยวางแผนการใช้สิทธิประโยชน์ให้คุ้มค่าที่สุด

LINE