การแก้ไขโครงการ BOI: เพิ่มผลิตภัณฑ์ กำลังผลิต เครื่องจักร และกรรมวิธี ต้องทำอย่างไร?

Fluent BOI·

ธุรกิจเปลี่ยน แต่รายละเอียดในบัตรส่งเสริมยังเหมือนเดิมอาจทำให้การผลิตบางส่วนไม่ได้รับสิทธิ BOI มาดูหลักเกณฑ์และขั้นตอนแก้ไขโครงการ เมื่อต้องเพิ่มผลิตภัณฑ์ กำลังผลิต เครื่องจักร หรือกรรมวิธีการผลิต

การแก้ไขโครงการ BOI: เพิ่มผลิตภัณฑ์ กำลังผลิต เครื่องจักร และกรรมวิธี ต้องทำอย่างไร?

การแก้ไขโครงการ BOI คืออะไร? ทำไมไม่ควรเริ่มผลิตก่อนตรวจสอบเงื่อนไข

หลังจากบริษัทได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนหรือได้รับบัตรส่งเสริม BOI แล้ว บริษัทมีหน้าที่ดำเนินโครงการให้ตรงกับรายละเอียดและเงื่อนไขที่ได้รับอนุมัติ ไม่ว่าจะเป็นชนิดผลิตภัณฑ์ กำลังการผลิต กรรมวิธีการผลิต เครื่องจักร วัตถุดิบ หรือสถานที่ตั้งโรงงาน

อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินธุรกิจจริง บริษัทอาจได้รับคำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ ต้องเพิ่มกำลังผลิต ซื้อเครื่องจักรเพิ่มเติม หรือต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจทำได้ แต่บริษัทต้องตรวจสอบก่อนว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ภายในขอบเขตโครงการเดิม หรือเป็นกรณีที่ต้องยื่นคำขอแก้ไขโครงการต่อ BOI

สิ่งที่ต้องระวังคือ การผลิตสินค้าเกินขอบเขตที่ได้รับอนุมัติ หรือการผลิตโดยใช้กรรมวิธีที่ไม่ตรงกับโครงการ อาจทำให้รายได้จากส่วนนั้นไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล และอาจมีปัญหาในการตัดบัญชีวัตถุดิบที่นำเข้าโดยใช้สิทธิตามมาตรา 36

ดังนั้น ก่อนซื้อเครื่องจักร เริ่มผลิตสินค้าใหม่ หรือเปลี่ยนแปลงไลน์การผลิต บริษัทควรตรวจสอบรายละเอียดในบัตรส่งเสริมและหนังสืออนุมัติโครงการล่าสุดให้ครบถ้วนเสียก่อน

กรณีใดบ้างที่อาจต้องยื่นแก้ไขโครงการ BOI

การแก้ไขโครงการสามารถเกิดขึ้นได้หลายกรณี แต่การเปลี่ยนแปลงที่พบได้บ่อยในโรงงานอุตสาหกรรม ได้แก่

  • การเพิ่มหรือเปลี่ยนชนิดผลิตภัณฑ์
  • การเพิ่มหรือลดกำลังการผลิต
  • การลงทุนเครื่องจักรเพิ่มเติม
  • การเปลี่ยนจากเครื่องจักรใหม่เป็นเครื่องจักรใช้แล้ว
  • การเพิ่ม ลด หรือเปลี่ยนขั้นตอนการผลิต
  • การเพิ่มขั้นตอนที่เดิมจ้างบริษัทภายนอกให้มาดำเนินการเอง
  • การเปลี่ยนแปลงวัตถุดิบหรือส่วนประกอบสำคัญ
  • การใช้เครื่องจักรร่วมกับโครงการอื่น
  • การเปลี่ยนหน่วยกำลังผลิตหรือรายละเอียดทางเทคนิคของโครงการ

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกการเปลี่ยนรุ่นสินค้า การซื้อเครื่องจักร หรือการปรับปรุงกระบวนการจะต้องแก้ไขบัตรส่งเสริมเสมอไป ประเด็นสำคัญคือ การเปลี่ยนแปลงนั้นกระทบ “สาระสำคัญของโครงการที่ได้รับอนุมัติ” หรือไม่

1. การแก้ไขโครงการเพื่อเพิ่มผลิตภัณฑ์

การเพิ่มผลิตภัณฑ์เป็นกรณีที่ต้องพิจารณาทั้งชื่อผลิตภัณฑ์ ประเภทกิจการ กรรมวิธีการผลิต เครื่องจักร และกำลังผลิตรวมของโครงการ

ตัวอย่างเช่น เดิมบริษัทได้รับส่งเสริมผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่ง ต่อมาลูกค้าสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ แม้จะใช้วัตถุดิบและเครื่องจักรคล้ายเดิม บริษัทก็ยังต้องตรวจสอบว่าชื่อและลักษณะของผลิตภัณฑ์ใหม่อยู่ภายใต้ขอบเขตผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุมัติแล้วหรือไม่

เพิ่มผลิตภัณฑ์โดยไม่มีการลงทุนเครื่องจักรเพิ่ม

กรณีนี้มักเกิดขึ้นเมื่อบริษัทสามารถใช้เครื่องจักรเดิมผลิตสินค้าใหม่ได้ โดยไม่ต้องเพิ่มเครื่องจักรหลักหรือขยายกำลังผลิตรวม

โดยหลักจะพิจารณาประเด็นสำคัญ ได้แก่

  1. ผลิตภัณฑ์ใหม่ต้องอยู่ในประเภทกิจการที่ BOI ให้การส่งเสริมอยู่ในวันที่ยื่นคำขอแก้ไข
  2. กำลังผลิตรวมของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดต้องไม่เกินกำลังผลิตที่โครงการได้รับอนุมัติเดิม
  3. กรรมวิธีการผลิตและสาระสำคัญของโครงการต้องยังเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของประเภทกิจการ
  4. สิทธิประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มจะเป็นสิทธิเท่าที่เหลืออยู่ของโครงการเดิม
  5. หากหลักเกณฑ์หรือสิทธิประโยชน์ของประเภทกิจการเดิมแตกต่างจากหลักเกณฑ์ปัจจุบัน BOI อาจพิจารณาเป็นรายกรณี

ตัวอย่างเช่น โครงการได้รับอนุมัติให้ผลิตชิ้นส่วนพลาสติก 1,000 ตันต่อปี ต่อมาบริษัทต้องการเพิ่มผลิตภัณฑ์พลาสติกอีกชนิดหนึ่งโดยใช้เครื่องฉีดชุดเดิม หากกำลังผลิตรวมทุกผลิตภัณฑ์ยังไม่เกิน 1,000 ตันต่อปี อาจยื่นแก้ไขเพื่อเพิ่มชนิดผลิตภัณฑ์โดยไม่เพิ่มกำลังผลิตได้

เพิ่มผลิตภัณฑ์โดยมีการลงทุนเครื่องจักรเพิ่ม

กรณีที่ผลิตภัณฑ์ใหม่ต้องใช้เครื่องจักรเพิ่ม บริษัทต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าเหมาะกับการแก้ไขโครงการเดิมหรือควรยื่นเป็นโครงการใหม่

แนวทางการพิจารณาโดยทั่วไป ได้แก่

  • โครงการควรยังไม่ได้รับอนุญาตเปิดดำเนินการและยังไม่ครบกำหนดเปิดดำเนินการ เว้นแต่เป็นกรณีที่มีหลักเกณฑ์เฉพาะ
  • ผลิตภัณฑ์ใหม่ต้องอยู่ในประเภทกิจการที่ให้การส่งเสริมในปัจจุบัน
  • หากสิทธิประโยชน์ของโครงการเดิมกับการยื่นโครงการใหม่แตกต่างกัน การลงทุนเครื่องจักรเพิ่มมักถูกพิจารณาภายใต้เกณฑ์มูลค่าเครื่องจักรเพิ่มไม่เกินร้อยละ 30 ของมูลค่าเครื่องจักรในโครงการเดิม
  • หากสิทธิประโยชน์ของโครงการเดิมและโครงการใหม่ไม่แตกต่างกัน อาจพิจารณาให้ลงทุนเกินร้อยละ 30 ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและการพิจารณาของ BOI
  • บริษัทจะได้รับสิทธิประโยชน์เพียงเท่าที่เหลืออยู่ของโครงการเดิม ไม่ได้เริ่มนับระยะเวลายกเว้นภาษีใหม่

เปลี่ยนเพียงรุ่นหรือขนาดสินค้า ต้องแก้ไขหรือไม่

หากสินค้ารุ่นใหม่ยังเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกับที่ระบุในบัตรส่งเสริม และใช้กรรมวิธีการผลิตเหมือนเดิม อาจไม่จำเป็นต้องแก้ไขโครงการ

ตัวอย่างเช่น บริษัทได้รับส่งเสริมผลิต Electronic Control Unit และต้องการเพิ่ม ECU รุ่นใหม่ซึ่งยังมีลักษณะผลิตภัณฑ์และกรรมวิธีเหมือนเดิม กรณีดังกล่าวอาจสามารถผลิตภายใต้โครงการเดิมได้

แต่หากผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่มีหน้าที่การใช้งาน ส่วนประกอบสำคัญ หรือกรรมวิธีต่างจากเดิมอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทควรหารือกับ BOI ก่อนเริ่มผลิต เพื่อป้องกันปัญหาการตีความภายหลัง

2. การแก้ไขกำลังการผลิต

กำลังผลิตสูงสุดเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ระบุไว้ในบัตรส่งเสริม บริษัทจึงไม่ควรพิจารณาจากยอดผลิตจริงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาจากกำลังผลิตตามข้อเท็จจริงทางวิศวกรรมของเครื่องจักรด้วย

หากบริษัทผลิตเกินกำลังผลิตที่ได้รับอนุมัติ รายได้จากส่วนที่เกินอาจไม่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล แม้ว่าการตัดบัญชีวัตถุดิบอาจมีแนวทางพิจารณาแยกต่างหากก็ตาม

การแก้ไขกำลังผลิตแบ่งได้เป็นกรณีหลักดังต่อไปนี้

กรณีที่ 1 เพิ่มกำลังผลิตโดยลงทุนเครื่องจักรเพิ่มเติม

กรณีนี้เกิดขึ้นเมื่อบริษัทเพิ่มเครื่องจักรหลัก เพิ่มจำนวนไลน์ผลิต หรือเพิ่มเครื่องจักรที่ทำให้คอขวดของกระบวนการผลิตมีกำลังสูงขึ้น

โดยหลัก โครงการที่ขอเพิ่มกำลังผลิตจากการลงทุนเครื่องจักรควรยังไม่เปิดดำเนินการ และกำลังผลิตที่เพิ่มจากการแก้ไขโครงการเดิมโดยทั่วไปจะอยู่ภายใต้เกณฑ์ไม่เกินร้อยละ 30 ของกำลังผลิตที่ได้รับอนุมัติเดิม

หากต้องการขยายมากกว่านั้น บริษัทควรเปรียบเทียบกับทางเลือกการยื่นเป็นโครงการใหม่ เพราะโครงการใหม่อาจได้รับสิทธิประโยชน์ตามหลักเกณฑ์ปัจจุบันและเริ่มระยะเวลาสิทธิของตนเอง

กรณีที่ 2 เพิ่มกำลังผลิตโดยเพิ่มเวลาทำงาน

บริษัทสามารถขอเพิ่มกำลังผลิตตามสัดส่วนเวลาทำงานที่เพิ่มขึ้นได้ ไม่ว่าโครงการจะเปิดดำเนินการแล้วหรือไม่

ตัวอย่างเช่น เดิมโครงการได้รับอนุมัติบนฐานการทำงานวันละ 8 ชั่วโมง 300 วันต่อปี หากบริษัทเพิ่มเป็นวันละ 16 ชั่วโมง โดยจำนวนเครื่องจักรและประสิทธิภาพต่อชั่วโมงไม่เปลี่ยน กำลังผลิตที่ขอเพิ่มควรคำนวณตามเวลาทำงานที่เพิ่มขึ้น

กรณีนี้ใช้แบบคำขออนุญาตเพิ่มกำลังการผลิตจากการเพิ่มเวลาทำงาน หรือแบบ F PA PC 15

กรณีที่ 3 เพิ่มกำลังผลิตตามข้อเท็จจริงทางวิศวกรรม

บางโครงการระบุกำลังผลิตเดิมต่ำกว่าความสามารถจริงของเครื่องจักร เนื่องจากใช้ข้อมูลประมาณการ หรือมีการคำนวณไม่ครบถ้วน

บริษัทสามารถขอแก้ไขกำลังผลิตตามข้อเท็จจริงทางวิศวกรรมได้ โดยต้องแสดงวิธีคำนวณอย่างชัดเจน เช่น

กำลังผลิตต่อปี = กำลังผลิตเครื่องจักรต่อรอบ × จำนวนรอบต่อชั่วโมง × ชั่วโมงทำงานต่อวัน × วันทำงานต่อปี × ประสิทธิภาพการผลิต

การคำนวณต้องพิจารณาเครื่องจักรที่เป็นคอขวดของกระบวนการ ไม่ควรเลือกคำนวณจากเครื่องจักรที่มีกำลังสูงที่สุดเพียงเครื่องเดียว

เอกสารประกอบที่มักจำเป็น ได้แก่

  • สเปกเครื่องจักร
  • Cycle Time
  • จำนวนเครื่องจักร
  • ชั่วโมงและวันทำงาน
  • ประสิทธิภาพหรือ Utilization Rate
  • รายงานการผลิตจริง
  • ข้อมูลของเสียและ Yield
  • แผนผังกระบวนการผลิต
  • ตารางคำนวณกำลังผลิตของแต่ละขั้นตอน

กรณีที่ 4 ลดกำลังการผลิต

บริษัทสามารถขอลดกำลังผลิตได้ หากการลดดังกล่าวไม่ทำให้โครงการต่ำกว่าเงื่อนไขขั้นต่ำของประเภทกิจการ หรือทำให้สาระสำคัญของโครงการไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่ได้รับอนุมัติ

กรณีนี้อาจเกิดขึ้นเมื่อยกเลิกเครื่องจักรบางส่วน ลดพื้นที่การผลิต หรือปรับแผนธุรกิจให้เหมาะกับปริมาณคำสั่งซื้อจริง

3. การเพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักร

บริษัทจำนวนมากเข้าใจว่า “ซื้อเครื่องจักรเพิ่ม” หมายความว่าต้องแก้ไขโครงการเสมอ แต่ในทางปฏิบัติต้องพิจารณาว่าเครื่องจักรดังกล่าวส่งผลต่อรายละเอียดใดของโครงการ

ตัวอย่างเช่น

  • เครื่องจักรเพิ่มทำให้กำลังผลิตสูงขึ้น
  • เครื่องจักรใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่
  • เครื่องจักรทำให้เกิดขั้นตอนการผลิตใหม่
  • เครื่องจักรเข้ามาแทนขั้นตอนที่เดิมจ้างภายนอก
  • เครื่องจักรใหม่เปลี่ยนสาระสำคัญของเทคโนโลยีการผลิต
  • เปลี่ยนจากเครื่องจักรใหม่เป็นเครื่องจักรใช้แล้ว
  • ต้องการใช้เครื่องจักรร่วมกับโครงการอื่น

หากเครื่องจักรเพิ่มเติมเป็นเพียงอุปกรณ์สนับสนุน ไม่กระทบกำลังผลิต ผลิตภัณฑ์ หรือกรรมวิธีหลัก อาจไม่จำเป็นต้องแก้ไขสาระสำคัญของโครงการ แต่ยังต้องตรวจสอบเรื่องบัญชีรายการเครื่องจักร การใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้า และเงื่อนไขการเปิดดำเนินการแยกต่างหาก

เครื่องจักรที่ใช้ประกอบคำขอแก้ไข ไม่ควรซื้อมาก่อนยื่นคำขอ

ในแบบคำขอแก้ไขโครงการมีการกำหนดให้บริษัทระบุวันที่จะนำเข้า หรือวันที่จะได้มาซึ่งเครื่องจักรเพิ่มเติม โดยมีหมายเหตุว่าเครื่องจักรที่ใช้เป็นการลงทุนเพิ่มเติมในการขอแก้ไขต้องไม่นำเข้าหรือได้มาก่อนวันที่ยื่นคำขอแก้ไขโครงการ

ดังนั้น บริษัทไม่ควรสั่งซื้อ รับมอบ หรือนำเข้าเครื่องจักรที่เป็นสาระสำคัญของการแก้ไขไปแล้ว ก่อนตรวจสอบกับ BOI ว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่

กรณีต้องการใช้เครื่องจักรใช้แล้วจากต่างประเทศ

หากเดิมโครงการมีเงื่อนไขให้ใช้เครื่องจักรใหม่ แต่บริษัทต้องการเปลี่ยนมาใช้เครื่องจักรใช้แล้วจากต่างประเทศ จะต้องยื่นขอแก้ไขโครงการ

เครื่องจักรใช้แล้วต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ BOI กำหนด และต้องมีใบรับรองประสิทธิภาพเครื่องจักรจากสถาบันที่เชื่อถือได้ตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

หากเป็นเครื่องจักรหลักของโครงการ บริษัทอาจยังไม่สามารถเปิดดำเนินการได้จนกว่าจะได้รับอนุมัติให้ใช้เครื่องจักรดังกล่าวและมีเอกสารรับรองครบถ้วน

การใช้เครื่องจักรร่วมกับโครงการอื่น

การใช้เครื่องจักรร่วมกันระหว่างบัตรส่งเสริมไม่สามารถพิจารณาจากการอยู่ในโรงงานเดียวกันเพียงอย่างเดียว บริษัทต้องแสดงว่า

  • เครื่องจักรที่ใช้ร่วมไม่ใช่เครื่องจักรหลัก หรือเป็นไปตามแนวทางที่ BOI อนุญาต
  • เครื่องจักรยังมีกำลังผลิตเหลือเพียงพอ
  • สามารถแยกกำลังผลิตและต้นทุนของแต่ละโครงการได้
  • มีแผนผังแสดงขั้นตอนที่ใช้เครื่องจักรร่วมกัน
  • ไม่เกิดการใช้สิทธิประโยชน์ซ้ำซ้อนระหว่างโครงการ

4. การแก้ไขกรรมวิธีการผลิต

กรรมวิธีการผลิตเป็นหนึ่งในสาระสำคัญของโครงการ BOI เพราะใช้พิจารณาว่ากิจการมีการผลิตจริง มีมูลค่าเพิ่ม และเป็นไปตามเงื่อนไขของประเภทกิจการหรือไม่

หากบริษัทผลิตสินค้าโดยไม่เป็นไปตามกรรมวิธีที่ได้รับอนุมัติ สินค้านั้นอาจไม่ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการส่งเสริม ส่งผลให้รายได้ไม่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล และวัตถุดิบที่ใช้ผลิตสินค้าอาจไม่สามารถตัดบัญชีภายใต้โครงการได้

การแก้ไขกรรมวิธีที่พบได้บ่อยมีดังนี้

เพิ่มขั้นตอนการผลิตและลงทุนเครื่องจักรเพิ่ม

ตัวอย่างเช่น เดิมบริษัทซื้อชิ้นส่วนกึ่งสำเร็จรูปมาประกอบ แต่ต่อมาต้องการผลิตชิ้นส่วนนั้นเองภายในโรงงาน โดยซื้อเครื่องจักรใหม่เข้ามา

กรณีนี้อาจกระทบทั้งกรรมวิธี เครื่องจักร วัตถุดิบ กำลังผลิต และผลิตภัณฑ์ บริษัทจึงต้องจัดทำข้อมูลให้สอดคล้องกันทุกส่วน

โดยหลัก การเพิ่มขั้นตอนโดยมีการลงทุนเครื่องจักรเพิ่มเหมาะกับโครงการที่ยังไม่เปิดดำเนินการ หากเปิดดำเนินการแล้วอาจต้องพิจารณาว่าควรยื่นเป็นโครงการใหม่หรือใช้มาตรการส่งเสริมอื่นที่เกี่ยวข้อง

เพิ่มขั้นตอนการจ้างผลิต

บริษัทอาจต้องการส่งวัตถุดิบหรือชิ้นงานไปให้ผู้รับจ้างดำเนินการบางขั้นตอน เช่น ชุบผิว อบความร้อน พ่นสี หรือทดสอบ

การเพิ่มขั้นตอนจ้างผลิตต้องไม่ทำให้สาระสำคัญของโครงการต่ำกว่าเกณฑ์ของประเภทกิจการ เช่น โครงการที่ได้รับส่งเสริมเพราะมีการผลิตขั้นตอนหลักในประเทศ แต่ภายหลังกลับจ้างภายนอกทั้งหมด อาจไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่ได้รับอนุมัติ

ลดขั้นตอนการผลิต

บริษัทอาจยกเลิกขั้นตอนบางอย่างเพราะเปลี่ยนมาซื้อชิ้นส่วนสำเร็จรูป หรือย้ายขั้นตอนไปดำเนินการที่บริษัทอื่น

BOI จะพิจารณาว่าหลังลดขั้นตอนแล้ว โครงการยังมีสาระสำคัญและมูลค่าเพิ่มเพียงพอตามประเภทกิจการหรือไม่ หากลดขั้นตอนหลักมากเกินไป อาจทำให้ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขการส่งเสริม

เปลี่ยนเทคโนโลยีหรือวิธีการผลิต

กรณีเปลี่ยนจากระบบ Manual เป็น Automation เปลี่ยนวิธีเชื่อม เปลี่ยนเทคนิคการขึ้นรูป หรือใช้เทคโนโลยีใหม่ บริษัทควรจัดทำตารางเปรียบเทียบกรรมวิธีเดิมกับกรรมวิธีใหม่อย่างละเอียด

ข้อมูลควรแสดงให้เห็นว่า

  • เปลี่ยนขั้นตอนใด
  • ใช้เครื่องจักรอะไร
  • วัตถุดิบเปลี่ยนหรือไม่
  • กำลังผลิตเปลี่ยนหรือไม่
  • คุณสมบัติผลิตภัณฑ์เปลี่ยนหรือไม่
  • มูลค่าเพิ่มเพิ่มขึ้นหรือลดลง
  • มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์หรือไม่

ควรแก้ไขโครงการเดิมหรือยื่นเป็นโครงการใหม่

ก่อนจัดทำคำขอ บริษัทควรเปรียบเทียบสองทางเลือกให้ชัดเจน

ประเด็นแก้ไขโครงการเดิมยื่นโครงการใหม่
สิทธิประโยชน์ใช้สิทธิเท่าที่เหลือจากโครงการเดิมได้สิทธิตามหลักเกณฑ์วันที่ยื่นคำขอใหม่
ระยะเวลายกเว้นภาษีไม่เริ่มนับใหม่เริ่มนับตามโครงการใหม่
เครื่องจักรต้องสัมพันธ์กับโครงการเดิมและอยู่ภายใต้เกณฑ์การแก้ไขแยกการลงทุนและกำลังผลิตเป็นโครงการใหม่
กำลังผลิตอาจถูกจำกัดสัดส่วนที่เพิ่มกำหนดตามเครื่องจักรของโครงการใหม่
การจัดทำบัญชีต้องแยกผลิตภัณฑ์และกำลังผลิตในโครงการเดิมให้ชัดต้องแยกรายได้ ต้นทุน และสิทธิของแต่ละโครงการ
ความเหมาะสมเหมาะกับการปรับเปลี่ยนที่ต่อเนื่องจากโครงการเดิมเหมาะกับการขยายขนาดใหญ่หรือผลิตภัณฑ์ที่มีสาระสำคัญแตกต่าง

การแก้ไขโครงการเดิมอาจจัดการง่ายกว่า แต่หากสิทธิภาษีเหลือน้อยหรือการลงทุนเพิ่มมีมูลค่าสูง การยื่นโครงการใหม่อาจคุ้มค่ากว่าในระยะยาว

แบบฟอร์มที่ใช้ในการแก้ไขโครงการ BOI

การแก้ไขผลิตภัณฑ์ กำลังผลิตจากเครื่องจักรหรือข้อเท็จจริงทางวิศวกรรม กรรมวิธี และสภาพเครื่องจักร โดยทั่วไปใช้แบบคำขออนุญาตแก้ไขโครงการ F PA PC 01

แบบฟอร์มดังกล่าวมีส่วนเอกสารแนบแยกตามเรื่อง เช่น

  • เอกสารแนบสำหรับแก้ไขชนิดผลิตภัณฑ์
  • เอกสารแนบสำหรับเพิ่มกำลังผลิตโดยลงทุนเครื่องจักรเพิ่ม
  • เอกสารแนบสำหรับเพิ่มกำลังผลิตตามข้อเท็จจริงทางวิศวกรรม
  • เอกสารแนบสำหรับแก้ไขกรรมวิธีการผลิต
  • เอกสารแนบสำหรับนำเครื่องจักรใช้แล้วมาใช้ในโครงการ
  • เอกสารแนบสำหรับใช้เครื่องจักรร่วมกับโครงการเดิม
  • เอกสารเปรียบเทียบประเภทกิจการและขอบข่ายธุรกิจ

หากเพิ่มกำลังผลิตจากการเพิ่มเวลาทำงาน ให้ใช้แบบ F PA PC 15

เอกสารที่ควรเตรียมประกอบคำขอแก้ไขโครงการ

แม้เอกสารที่ BOI ขอในแต่ละโครงการอาจแตกต่างกัน แต่บริษัทควรเตรียมข้อมูลหลักดังต่อไปนี้

  1. แบบคำขอแก้ไขโครงการที่กรอกครบถ้วน
  2. สำเนาบัตรส่งเสริมและหนังสืออนุมัติฉบับล่าสุด
  3. ตารางเปรียบเทียบโครงการเดิมกับโครงการที่ขอแก้ไข
  4. รายละเอียดและคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ใหม่
  5. Product Specification หรือ Technical Data Sheet
  6. แผนผังกระบวนการผลิตเดิมและกระบวนการใหม่
  7. รายการเครื่องจักร จำนวน ประเทศผู้ผลิต สภาพ และมูลค่า
  8. Quotation, Invoice หรือเอกสารเสนอราคาเครื่องจักร
  9. Machine Specification และ Cycle Time
  10. ตารางคำนวณกำลังผลิตตามข้อเท็จจริงทางวิศวกรรม
  11. Layout แสดงตำแหน่งเครื่องจักรและสายการผลิต
  12. รายละเอียดวัตถุดิบและแหล่งที่มา
  13. สัดส่วนการจำหน่ายในประเทศและส่งออก
  14. แผนการลงทุนและแหล่งเงินทุน
  15. งบการเงินปีล่าสุด หากมี
  16. ประมาณการรายได้ ต้นทุน และมูลค่าเพิ่ม
  17. เหตุผลและความจำเป็นในการแก้ไขโครงการ
  18. เอกสารด้านสิ่งแวดล้อม มาตรฐาน หรือใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลทุกชุดต้องใช้ตัวเลขเดียวกัน เช่น จำนวนเครื่องจักร กำลังผลิต ชั่วโมงทำงาน มูลค่าเงินลงทุน และกำลังผลิตใน Flow Chart ต้องสอดคล้องกับข้อมูลในแบบคำขอ

ขั้นตอนการยื่นแก้ไขโครงการ BOI

ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบบัตรส่งเสริมและข้อมูลอนุมัติล่าสุด

รวบรวมบัตรส่งเสริม หนังสือแจ้งมติ หนังสืออนุมัติแก้ไขครั้งก่อน และเงื่อนไขเปิดดำเนินการ เพื่อหาขอบเขตที่ได้รับอนุมัติจริง

ไม่ควรตรวจสอบจากบัตรส่งเสริมฉบับแรกเพียงอย่างเดียว เพราะโครงการอาจเคยได้รับอนุมัติแก้ไขมาก่อนแล้ว

ขั้นตอนที่ 2 วิเคราะห์ว่าการเปลี่ยนแปลงกระทบเรื่องใดบ้าง

การเพิ่มผลิตภัณฑ์หนึ่งชนิดอาจกระทบพร้อมกันหลายเรื่อง เช่น

  • เพิ่มผลิตภัณฑ์
  • เพิ่มเครื่องจักร
  • เพิ่มกำลังผลิต
  • เพิ่มกรรมวิธี
  • เปลี่ยนวัตถุดิบ
  • เพิ่มเงินลงทุน

บริษัทควรยื่นข้อมูลให้ครบทุกประเด็นในคำขอเดียว ไม่ควรอธิบายเฉพาะชื่อผลิตภัณฑ์แล้วละเว้นผลกระทบต่อเครื่องจักรและกำลังผลิต

ขั้นตอนที่ 3 คำนวณกำลังผลิตและเงินลงทุน

จัดทำตารางคำนวณกำลังผลิตโดยใช้เครื่องจักรที่เป็นคอขวด พร้อมระบุสมมติฐาน เช่น

  • Cycle Time
  • จำนวนชิ้นต่อรอบ
  • จำนวนเครื่อง
  • ชั่วโมงทำงาน
  • วันทำงาน
  • Yield
  • Efficiency

จากนั้นจัดทำรายการเครื่องจักรและมูลค่าเงินลงทุนเพิ่มเติม เพื่อใช้พิจารณาว่าอยู่ภายใต้เกณฑ์แก้ไขโครงการเดิมหรือควรยื่นโครงการใหม่

ขั้นตอนที่ 4 จัดทำแบบคำขอและเอกสารเปรียบเทียบ

ในส่วนเปรียบเทียบโครงการเดิมกับโครงการใหม่ ควรระบุข้อมูลแบบอ่านแล้วเห็นความแตกต่างทันที เช่น

เดิม: ซื้อ PCBA สำเร็จรูปจากต่างประเทศ แล้วนำมาประกอบเข้ากับผลิตภัณฑ์

ขอแก้ไข: เพิ่มขั้นตอน SMT, Component Insertion, Soldering, Inspection และ Functional Test เพื่อผลิต PCBA ภายในโรงงาน

วิธีเขียนเช่นนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าใจขอบเขตการเปลี่ยนแปลงได้ชัดกว่าการเขียนเพียงว่า “เพิ่มขั้นตอนผลิต PCBA”

ขั้นตอนที่ 5 ยื่นคำขอต่อ BOI

บริษัทสามารถยื่นคำขอผ่านช่องทางที่ BOI กำหนด เช่น ระบบ E-Submission กองส่งเสริมการลงทุนที่รับผิดชอบโครงการ หรือศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่เกี่ยวข้อง

ควรตรวจสอบช่องทางยื่นล่าสุดกับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบก่อนส่งเอกสาร เนื่องจากระบบและขั้นตอนอาจมีการปรับปรุง

ขั้นตอนที่ 6 ชี้แจงโครงการเพิ่มเติม

BOI อาจขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือเชิญบริษัทชี้แจงเกี่ยวกับ

  • เหตุผลในการเพิ่มผลิตภัณฑ์
  • ความสัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์เดิม
  • วิธีคำนวณกำลังผลิต
  • เครื่องจักรหลักและคอขวด
  • ความแตกต่างของกรรมวิธี
  • มูลค่าเพิ่ม
  • แหล่งวัตถุดิบ
  • การใช้เครื่องจักรร่วมกัน
  • การแยกรายได้และต้นทุน
  • ความเหมาะสมของการแก้ไขโครงการเดิม

ผู้เข้าชี้แจงควรเป็นผู้ที่เข้าใจกระบวนการผลิตและตัวเลขทางวิศวกรรม ไม่ควรให้ฝ่ายเอกสารเข้าชี้แจงเพียงลำพังโดยไม่มีข้อมูลจากฝ่ายผลิต

ขั้นตอนที่ 7 รับผลอนุมัติและดำเนินการตามเงื่อนไขใหม่

หลังได้รับอนุมัติ บริษัทต้องตรวจสอบว่าต้องนำบัตรส่งเสริมฉบับจริงไปแก้ไขหรือไม่ และต้องปรับข้อมูลในระบบที่เกี่ยวข้อง เช่น รายการเครื่องจักร ฐานข้อมูลวัตถุดิบ สูตรการผลิต หรือข้อมูลเปิดดำเนินการเพิ่มเติมหรือไม่

บริษัทควรเก็บหนังสืออนุมัติและเอกสารประกอบไว้เป็นชุดเดียวกัน เพื่อใช้ในการขอเปิดดำเนินการ การใช้สิทธิภาษี และการตรวจสอบภายหลัง

ตัวอย่างการแก้ไขโครงการแบบครบทั้ง 4 เรื่อง

บริษัทได้รับส่งเสริมผลิตกล่องควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ กำลังผลิต 500,000 ชิ้นต่อปี โดยเดิมซื้อแผงวงจรสำเร็จรูปและนำมาประกอบกับกล่องพลาสติก

ต่อมาบริษัทได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มและต้องการผลิตแผงวงจรเอง จึงมีแผนดำเนินการดังนี้

  • เพิ่มผลิตภัณฑ์ PCBA
  • เพิ่มกำลังผลิตกล่องควบคุมเป็น 600,000 ชิ้นต่อปี
  • ซื้อเครื่อง SMT, Reflow Oven และ AOI
  • เพิ่มขั้นตอน Printing, Component Mounting, Reflow และ Inspection
  • เพิ่มวัตถุดิบ PCB, Electronic Component และ Solder Paste

กรณีนี้ไม่ใช่การแก้ไขเฉพาะชื่อผลิตภัณฑ์ แต่กระทบทั้งผลิตภัณฑ์ กำลังผลิต เครื่องจักร กรรมวิธี วัตถุดิบ และเงินลงทุน

บริษัทจึงต้องจัดทำคำขอแก้ไขให้ครอบคลุมทุกประเด็น พร้อมเปรียบเทียบว่าเหมาะกับการเพิ่มในโครงการเดิมหรือยื่นเป็นโครงการใหม่ โดยพิจารณาจากมูลค่าเครื่องจักร สิทธิประโยชน์ที่เหลืออยู่ และสถานะการเปิดดำเนินการของโครงการเดิม

ข้อผิดพลาดที่ทำให้การแก้ไขโครงการล่าช้า

ซื้อหรือนำเข้าเครื่องจักรก่อนยื่นคำขอ

หากเครื่องจักรดังกล่าวเป็นการลงทุนที่ใช้รองรับคำขอแก้ไข การซื้อหรือได้มาก่อนวันที่ยื่นอาจกระทบการพิจารณา จึงควรวางแผนเวลาให้ชัดเจนก่อนออกใบสั่งซื้อ

ตัวเลขกำลังผลิตไม่ตรงกัน

แบบคำขอระบุกำลังผลิตหนึ่งตัวเลข แต่ Machine Specification หรือ Flow Chart แสดงอีกตัวเลขหนึ่ง ทำให้ BOI ต้องขอคำชี้แจงเพิ่มเติม

ใช้เครื่องจักรที่ไม่ใช่คอขวดในการคำนวณ

กำลังผลิตของโครงการต้องสะท้อนกำลังของกระบวนการโดยรวม ไม่ใช่เลือกเฉพาะเครื่องจักรที่ผลิตได้เร็วที่สุด

เพิ่มผลิตภัณฑ์แต่ไม่ระบุรายละเอียดการใช้งาน

การระบุเพียงชื่อทางการค้าอาจไม่เพียงพอ ควรอธิบายคุณสมบัติ หน้าที่การใช้งาน ส่วนประกอบ และกลุ่มลูกค้าของผลิตภัณฑ์

แก้กรรมวิธีแต่ไม่แก้วัตถุดิบ

เมื่อเพิ่มขั้นตอนผลิตชิ้นส่วนเอง วัตถุดิบมักเปลี่ยนจากชิ้นส่วนสำเร็จรูปเป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบย่อย รายละเอียดในคำขอต้องเปลี่ยนให้สอดคล้องกัน

ไม่เปรียบเทียบกับการยื่นโครงการใหม่

บางบริษัทเลือกแก้ไขโครงการเดิมทันที ทั้งที่โครงการใกล้หมดสิทธิยกเว้นภาษี หรือการลงทุนใหม่มีมูลค่าสูง การยื่นเป็นโครงการใหม่อาจให้ประโยชน์มากกว่า

Checklist ก่อนยื่นแก้ไขโครงการ BOI

ก่อนส่งคำขอ ควรตรวจสอบคำถามต่อไปนี้

  • ผลิตภัณฑ์ใหม่อยู่ในขอบเขตชื่อผลิตภัณฑ์เดิมหรือไม่
  • ประเภทกิจการปัจจุบันยังให้การส่งเสริมผลิตภัณฑ์นี้หรือไม่
  • โครงการเปิดดำเนินการแล้วหรือยัง
  • สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือกี่ปี
  • ต้องเพิ่มเครื่องจักรหรือไม่
  • เครื่องจักรเพิ่มมีมูลค่าเท่าใดเมื่อเทียบกับโครงการเดิม
  • เครื่องจักรถูกสั่งซื้อหรือนำเข้ามาแล้วหรือยัง
  • กำลังผลิตเพิ่มจากเครื่องจักร เพิ่มเวลาทำงาน หรือแก้ตามข้อเท็จจริง
  • ขั้นตอนการผลิตหลักเปลี่ยนหรือไม่
  • มีการลดหรือเพิ่มขั้นตอนจ้างผลิตหรือไม่
  • วัตถุดิบและสูตรการผลิตเปลี่ยนหรือไม่
  • ตัวเลขในแบบคำขอ Flow Chart และ Machine List ตรงกันหรือไม่
  • ควรแก้ไขโครงการเดิมหรือยื่นเป็นโครงการใหม่
  • หลังอนุมัติต้องแก้ไขข้อมูลในระบบเครื่องจักรหรือวัตถุดิบใดบ้าง

สรุป

การแก้ไขโครงการ BOI เพื่อเพิ่มผลิตภัณฑ์ กำลังผลิต เครื่องจักร หรือกรรมวิธี ไม่ใช่เพียงการยื่นหนังสือแจ้งเปลี่ยนแปลง แต่เป็นการพิสูจน์ว่าโครงการหลังแก้ไขยังอยู่ภายใต้ประเภทกิจการและหลักเกณฑ์ที่ BOI ให้การส่งเสริม

บริษัทควรเริ่มจากการตรวจสอบบัตรส่งเสริมฉบับล่าสุด วิเคราะห์ผลกระทบทุกด้าน คำนวณกำลังผลิตตามข้อเท็จจริงทางวิศวกรรม และเปรียบเทียบความคุ้มค่าระหว่างการแก้ไขโครงการเดิมกับการยื่นเป็นโครงการใหม่

ที่สำคัญ ไม่ควรเริ่มผลิตสินค้าใหม่ เปลี่ยนกรรมวิธีหลัก หรือซื้อเครื่องจักรที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขก่อนตรวจสอบเงื่อนไข เพราะอาจส่งผลต่อทั้งสิทธิภาษี การตัดบัญชีวัตถุดิบ และการเปิดดำเนินการของโครงการ

FluentBOI ช่วยดูแลการแก้ไขโครงการได้อย่างไร

FluentBOI ให้บริการให้คำปรึกษาและจัดเตรียมเอกสารสำหรับการแก้ไขโครงการส่งเสริมการลงทุน ครอบคลุมตั้งแต่

  • วิเคราะห์บัตรส่งเสริมและรายละเอียดโครงการเดิม
  • ตรวจสอบว่าควรแก้ไขโครงการหรือยื่นโครงการใหม่
  • จัดทำรายละเอียดผลิตภัณฑ์และขอบข่ายกิจการ
  • จัดทำ Flow Chart และเปรียบเทียบกรรมวิธีการผลิต
  • คำนวณกำลังผลิตตามข้อเท็จจริงทางวิศวกรรม
  • จัดทำรายการเครื่องจักรและแผนการลงทุน
  • ตรวจสอบความสอดคล้องของผลิตภัณฑ์ เครื่องจักร วัตถุดิบ และกำลังผลิต
  • จัดเตรียมแบบคำขอและเอกสารประกอบ
  • ประสานงานและชี้แจงข้อมูลกับ BOI
  • ตรวจสอบขั้นตอนหลังได้รับอนุมัติแก้ไขโครงการ

การเตรียมข้อมูลให้ครบถ้วนตั้งแต่ต้นช่วยลดการแก้เอกสารหลายรอบ และช่วยให้บริษัทสามารถดำเนินแผนการลงทุนได้โดยไม่กระทบสิทธิประโยชน์ที่ได้รับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ธุรกิจของคุณขอ BOI ได้หรือไม่? 10 ขั้นตอนประเมินโครงการเบื้องต้นก่อนยื่นคำขอ

ธุรกิจของคุณขอ BOI ได้หรือไม่? 10 ขั้นตอนประเมินโครงการเบื้องต้นก่อนยื่นคำขอ

ไม่ใช่ทุกธุรกิจที่มีเงินลงทุนหรือใช้เครื่องจักรจะขอ BOI ได้ เรียนรู้วิธีตรวจสอบประเภทกิจการ กรรมวิธี เงินลงทุน มูลค่าเพิ่ม และความพร้อมของโครงการ เพื่อประเมินโอกาสเบื้องต้นก่อนเสียเวลาเตรียมคำขอ

28 กรกฎาคม 2569อ่านต่อ ›
ได้บัตรส่งเสริม BOI แล้วทำไงต่อ? เปิด Checklist 4 ขั้นหลังบ้านที่ต้องเคลียร์ด่วน

ได้บัตรส่งเสริม BOI แล้วทำไงต่อ? เปิด Checklist 4 ขั้นหลังบ้านที่ต้องเคลียร์ด่วน

การได้บัตรส่งเสริม BOI เป็นเพียงจุดเริ่มต้น! เจาะลึก Checklist หน้างานที่ฝ่ายบัญชีและผู้บริหารต้องทำทันทีหลังได้รับบัตร เพื่อเปิดใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี นำเข้าเครื่องจักร และรายงานตัวอย่างถูกต้องโดยไม่โดนริบสิทธิ์คืน

14 กรกฎาคม 2569อ่านต่อ ›
ถ้าธุรกิจสะดุด! วิธีการยกเลิกบัตรส่งเสริม BOI อย่างถูกวิธี ไม่ให้เสี่ยงโดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง

ถ้าธุรกิจสะดุด! วิธีการยกเลิกบัตรส่งเสริม BOI อย่างถูกวิธี ไม่ให้เสี่ยงโดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง

เมื่อธุรกิจไม่เป็นไปตามแผนและจำเป็นต้องเลิกกิจการหรือยกเลิกบัตรส่งเสริม BOI มาดูแนวทางปฏิบัติและขั้นตอนที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถูกประเมินและเรียกเก็บภาษีย้อนหลังก้อนโต

26 มิถุนายน 2569อ่านต่อ ›

พร้อมเริ่มต้นขอ BOI ให้ธุรกิจของคุณแล้วหรือยัง?

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราได้ฟรี เราจะช่วยวางแผนการใช้สิทธิประโยชน์ให้คุ้มค่าที่สุด

LINE